๘ ต้นไม้สำคัญที่ชาวพุทธควรรู้จัก

 

 

           

            วันวิสาขบูชา   เป็นวันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นวันมหัศจรรย์มาก ๆ ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ในวันเดียวกัน แต่ต่างวาระกัน หลายท่านคงจะทราบพุทธประวัติกันดี(บ้าง)แล้ว  มีสิ่งที่เห็นความสัมพันธ์กันในวันนี้ คือเป็นวันที่กำหนดเป็นวันปลูกต้นไมแห่งชาติด้วย ช่างเป็นอะไรที่เหมาะสมกันมากเพราะพระพุทธเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับต้นไม้หลายชนิด จากพุทธประวัติพระพุทธองค์ทรงประทับในป่ามากกว่าที่อื่นใด   ต้องขอบคุณต้นไม้  ป่าไม้ ที่ทำให้เกิดเอกบุรุษอย่างพระพุทธเจ้าที่ไม่มีใครมาเปรียบได้    ยิ่งในปัจจุบัน  คนในโลกมนุษย์เริ่มเห็นความสำคัญของต้นไม้ ป่าไม้กันมากขึ้น  เห็นตอนที่กำลังจะสายเกินแก้กันแล้วครับ  เพราะมันเข้าสู่ภาวะโลกร้อนเสียแล้ว  

                 พระพุทธเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับต้นไม้  จากการอ่านมีต้นไม้หลายชนิดรวมทั้งสวนป่า(อุทยาน)ที่สำคัญหลายที่  แต่ในวันนี้อยากนำมาฝากเป็นความรู้  หรือทบทวนความจำกันให้กับชาวพุทธเราสัก ๘ ชนิด  คือ

๑. ต้นสาละ  เป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวัน่ประสูติ และปรินิพพาน  พระพุทธองค์ทรงประสูติภายใต้ต้นสาละ ณ อุทยานลุมพินีซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ กับกรุงเทวทหะ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี และทรงปรินิพพานใต้ต้นสาละในกรุงกุสินารา

๒. ต้นพระศรีมหาโพธิ์  (อัสสัตถพฤกษ์) เป็นที่พระพุทธเจ้าทรงประทับภายใต้ร่มเงา ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ภายใต้ร่มเงาของต้นพระศรีมหาโพธิแห่งนี้

xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = "o" />

๓.ต้นอปชาลนิโครธ ต้นไทรที่พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๕ ภายหลังทรงตรัสรู้ พระพุทธองค์ประทับนั่งภายใต้ร่มเงาของอปชาลนิโครธเป็นเวลา ๗ วัน ต้นอปชาลนิโครธอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นศรีมหาโพธิ

๔.ต้นมุจจลินทร์ หรือต้นจิก ภายหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วถึงสัปดาห์ที่ ๖ ทรงประทับภายใต้ร่มเงาของต้นไม้จิกอันมีชื่อว่า มุจจลินทร์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้ ๆ กับต้นพระศรีมหาโพธ ิพระพุทธเจ้าประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ต้นมุจจลินทร์เป็นเวลา ๗ วัน โดยมีพญามุจจลินทร์นาคราชมาวางขนดแผ่พังพานปกป้องพระองค์ จากสายลมและสายฝน

๕. ต้นราชยตนะ หรือต้นไม้เกต ภายหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วถึง สัปดาห์ที่ ๗ ทรงประทับภายใต้ร่มเงาของต้นไม้เกตอันมีชื่อว่า ราชายตนะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ใกล้ ๆ กับต้นศรีมหาโพธิ์ พระพุทธเจ้าประทับนั่งเสวยสิทุตติสุขเป็นเวลา ๗ วัน นับเป็นสัปดาห์สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุข ณ ที่นี้มีพ่อค้า ๒ คนนำกองเกวียนค่าขายจากแดนไกล คืออุกกลชนบท ได้ถวายเสบียงเดินทาง สัตตุผง สัตตุก้อนแด่พระพุทธเจ้าพ่อค้าทั้งสองคือ ตปุสสะ และภัลลิกะ ได้แสดงตนเป็นปฐมอุบาสกถึงสรณะ ๒ คือถึงพระพุทธและพระธรรม

๖. ต้นพหุปุตตนิโครธ ต้นไทรที่อยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา ปิปผลิมาณพได้พบพระพุทธเจ้าและขอบวชที่พหุปุตตนิโครธนี้  ครั้นบวชล่วงไปแล้ว ๗ วัน ก็ได้บรรลุพระอรหัต ภายหลังเรียกว่าพระมหาสาวกมหากัสสปะ (เดิมชื่อ ปิปผลิมาณพ) ได้รับยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางถือธุดงค์

๗.ต้นปาริฉัตตก์ คือต้นทองหลาง เป็นชื่อต้นไม้ประจำสวรรค์ชั้นที่ ๒ คือ ชั้นดาวดึงส์ อยู่ในสวนนันทวัน ของพระอินทร์หรือท้าวสักะจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในพรรษาที่ ๗ ภายหลังตรัสรู้ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จประทับภายใต้ร่มไม้ปาริฉัตตก์ (หรือปาริฉัตร, ปาริชาต) ณ ดาวดึงสเทวโลก ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดาตลอดสามเดือนพระพุทธมารดาได้ทรงบรรลุพระโสดาปัตติผล

๘. ต้นอานันทมหาโพธิ เป็นต้นโพธิ์ตรัสรู้ที่เป็นหน่อของต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ร่ม เงาได้ตรัสรู้ ได้นำเมล็ดไปปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาลโดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการปลูกที่ประตูวัดพระเชตวันมหาวิหาร พระนครสาวัตถี แคว้นโกศล ต้นโพธิ์นั้นเรียกว่า อานันทมหาโพธิ์ ทุกวันนี้ยังปรากฏอยู่

             

                ต้นไม้ที่ถือว่าพิเศษสุดคือ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพราะเป็นต้นไม้ที่จัดเป็นสหชาติของพระพุทธเจ้า คืออุบัติขึ้นพร้อมกับพระพุทธองค์ มี ๗ อย่าง ได้แก่
(๑) พระนางพิมพาราหุลมาตา
(๒) ฉันนะอำมาตย์
(๓) กาฬุทายิอำมาตย์
(๔) พระอานนท์
(๕) ม้ากัณฐกะ
(๖) ต้นมหาโพธิ์
(๗) ขุมทรัพย์ 4 ทิศ

 


กระดานข่าว


เพื่อนบ้าน

    


Powered by AIWEB