Namokhlang.com    

    


 

 

  "หากพรุ่งนี้ไม่มี....แม่" 

 

 

 

   

วันนี้ลูกๆหลายคนอาจจะกำลังอยู่กับพ่อกับแม่ในครอบครัวที่แสนสุข    ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของแม่   ในการเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากแม่  อยากได้อะไรมีแม่คอยจัดหาให้  อยากกินอะไรมีแม่คอยหามาให้กิน  อยากเที่ยวที่ไหนแม่ก็พาไปเที่ยว   อยากเรียนอะไรแม่ก็ส่งเสียให้เรียน   อยากทำอะไรแม่ก็คอยส่งเสริมสนับสนุนให้ทำอยู่ตลอดมา   ลูกๆหลายคนได้รับความสุข สะดวก สบาย สมบูรณ์พูนสุขในทุกๆด้าน  ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย   เงินทองที่ใช้จ่ายได้ตามใจปรารถนา   พร้อมทั้งการศึกษาที่ดีในสถาบันที่มีชื่อเสียง   ความสมบูรณ์   ความสุขสบายที่ลูกได้รับอย่างสุขเกษมเปรมปรีดทุกวันนี้ได้มาจากใคร ?   แต่ทว่า  วันนี้ยังมีลูกๆหลายคนไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่ในครอบครัวที่อบอุ่น  ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กเร่ร่อน เป็นเด็กจรจัด นอนตามป้ายรถเมล์ เร่ขอทานเก็บเศษอาหารประทังชีวิตไปวันๆ ต้องทนทุกข์ทรมาน เดียวดาย  ไร้ความอบอุ่น  หว้าเหว่  ห่อเหี่ยว  ในหัวใจขาดที่พึ่งพาอาศัย 

 

ต้องตะเกียกตะกายต่อสู้ในโลกที่โหดร้ายมีแต่แก่งแย่งแข่งขัน  ชิงดีชิงเด่น เล่นพรรคเล่นพวก  คิดเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว เพื่อให้มีชีวิตอยู่ไปวันๆ หากเปรียบชีวิตเหมือนการข้ามฝั่งในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ซึ่งต้องอาศัยแพและไม้ถ่อข้ามฝั่ง เพื่อไปสู่เป้าหมายอย่างปลอดภัย หากเปรียบไปก็เหมือนพ่อกับแม่ ถ่อเปรียบเสมือนพ่อ แพเปรียบเสมือนแม่ ถ้าถ่อหักก็ยังสามารถใช้มือหรือเท้าพายแทน แต่ก็ต้องทุลักทุเลพอควร มีโอกาสถึงฝั่ง 50-50 แต่หากแพต้องแตกหรืออับปางกลางแม่น้ำ โอกาสที่จะถึงฝั่งก็คงลางเลือนและริบหรี่เต็มประดา อาจต้องจมน้ำตาย หรือเป็นอาหารของสัตว์ร้ายได้ ดังมีคำโบราณท่านว่าไว้ว่า “ขาดพ่อเหมือนถ่อหัก  ขาดแม่เหมือนแพแตก”   

 

ฉนั้น    และ หากเปรียบเทียนที่จุดขึ้นเหมือนกับชีวิตแม่ของเรา เทียนที่จุดนั้นมันส่องแสงให้มากเท่าใด ลำเทียนเองก็จะสั้นลง ๆ คล้ายดังชีวิตแม่ที่ให้ลูกมากแค่ไหน อายุของแม่ก็จะสั้นลง ๆ อายุที่ได้มาก็คือเวลาที่เสียไป ยิ่งลูกมีความเจริญรุ่งโรจน์มากขึ้นเท่าใด ชีวิตแม่ก็ยิ่งแก่ลงและหดหายลงไปเท่านั้น บางครั้งเทียนมันก็ลุกโชติช่วงชัชวาล บางครั้งก็ริบหรี่หือไม่ก็ดับ แล้วน้ำตาเทียนก็ไหลหยดย้อยเหมือนหยาดน้ำตาของผู้เป็นแม่ของเรา  ในที่สุดเทียนที่จุดขึ้นก็จะเหลือเพียงไส้ดำ ๆ วาระสุดท้ายของแม่เราก็จะเป็นอย่างนี้ แม่จะเหลือเพียงกระดูกที่เป็นเถ้าถ่าน ให้ลูกไปรับที่เชิงตะกอน เท่านั้น   แม่ผู้ให้ทุกสิ่งทุก

 

อย่างแก่ลูก   แม่ผู้ยอมอด   เพื่อให้ลูกอิ่ม   แม่ผู้ที่ยอมทุกข์   เพื่อให้ลูกสุข    แม่ผู้ที่ยอมลำบาก   เพื่อให้ลูกสบาย    แม่ผู้ที่ยอมตาย  เพื่อให้ลูกมีชีวิตอยู่    แม่ผู้ที่รักเป็นห่วงเป็นใยและเฝ้าถามลูกอยู่เสมอ   เหนื่อยไหมลูก?   หิวไหมลูก?   ลูกอยากทานอะไร?   ลูกอยากได้อะไรบอกแม่มา...แม่จัดให้?   แล้วลูกละ เคยถามแม่บ้างหรือเปล่า?   ลูกบางคน ยามแม่มีชีวิตอยู่ ไม่เคยเลยที่จะรักษาน้ำใจท่าน   ไม่เคยเลยที่จะเลี้ยงดูใจท่าน   ทำให้ท่านสบายอกสบายใจ   ท่านได้เรามาเป็นลูกรู้ไหมท่านดีใจมากขนาดไหน?   ลูกวัวลูกควายซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาน มีคุณธรรมน้อย เมื่อโตขึ้นเลิกกินนมแม่  วิ่งเล่นไปมาเอาลำตัวถูไถคลอเคลียแม่มันเล่น   แล้วก็เดินจากไป  เราอาจสรุปว่า ลูกวัวตัวนั้นไม่ดี ไม่มีความกตัญญู สู้ลูกคนไม่ได้  แต่ร้อยทั้งร้อยของเจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้เมื่อมันโตขึ้นและทิ้งแม่ไป แต่มันก็ไม่เถียงแม่ ไม่ตวาดแม่ ไม่ตีแม่ ไม่กระทืบเท้าใส่แม่ และที่สำคัญมันจะไม่ขยี้หัวใจแม่ของมัน.. แต่ลูกคนบางคนกลับมีแต่คอยสร้างความทุกข์ใจให้แก่ท่าน  มีแม่หลายคนที่ระทมขมขื่นเสียใจเพราะลูก   ต้องแอบร้องให้ประจำ   ถึงแม้แม่จะได้รับความทุกข์ทรมานจากลูกเพียงใด แม่ก็ยังรัก แม้บางครั้งมีใครบอกว่า ลูกของแม่ชั่ว ลูกของแม่เลว แม่ก็จะไม่เชื่อ ลูกของฉันไม่เป็นอย่างนั้น

 

ลูกของฉันเป็นคนดี ดีชั่วก็ลูก ผิดถูกก็เลือด จะเฉือนจะเชือดได้อย่างไรกัน   บางคนเอาแต่สนุก   เชื่อเพื่อนมากกว่าเชื่อแม่   รักแฟนมากกว่ารักแม่   เคารพเมียมากกว่าเคารพแม่   เลี้ยงเพื่อนฝูงมากกว่าเลี้ยงแม่   โทรหาแฟนมากกว่าโทรหาแม่   คุยกับแฟนทั้งวันทั้งคืน   แต่คุยกับแม่แป๊บเดียวตอนขอตังค์   แม่หลายคนช่างโชคร้ายนักเลี้ยงลูกมาตั้งหลายคน  แต่ลูกเหล่านั้นไม่สารถที่จะเลี้ยงพ่อแม่ได้เลย  ปล่อยให้แม่ไปอยู่ตามบ้านพักคนชรา  สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ทิ้งไว้ตามวัดบ้าง ปล่อยแม่ไว้กับหมากับแมว ไม่เคยดูแลไม่เคยสนใจ ขนมซักชิ้นหนึ่ง น้ำสักแก้วหนึ่ง เงินสักบาทไม่เคยเลย ที่จะให้แม่ มีแต่จะเอา ทรัพย์สิน มรดก เงินประกัน  บางคนถึงขนาดแช่งให้แม่ตายเร็วๆเพื่อตัวเองจะได้มรดก   ถ้าหากว่า เย็นนี้คุณแม่ตายไปคุณแม่จะได้อะไร  จะได้เพียงแต่ข้าวต้มถ้วยเดียวและน้ำเปล่าครึ่งแก้ว ใส่ถาดเอาไปวางไว้ข้างโลงศพเท่านั้นหรือ  แล้วลูกชายลูกหญิงก็จะไปเคาะข้างโลง   พร้อมกับพูดว่า “แม่จ๋าลุกขึ้นมากินข้าวเถอะ แม่จ๋าลุกขึ้นมากินน้ำเถอะ  แม่จ๋าพระมาแล้วฟังสวดนะแม่นะ”   แต่ในขณะที่แม่มีชีวิตอยู่ เราจะได้ยินแต่คำว่า “ลูกจ๋าลูกหิวหรือเปล่า ?   ลูกต้องการอะไรหรือเปล่า?   ลูกจ๋าลูกไม่สบายหรือเปล่า   จะมีลูกซักกี่คนที่จะถามแม่เช่นนั้น  หรือจะรอให้แม่ตายไปซะก่อนแล้วค่อยถามอย่างนั้นหรือ  เรารักสิ่งใด  เราจะถนอมสิ่งนั้น  รักษาสิ่งนั้น แล้วมันจะอยู่กับเรานาน  ถ้าเรารักแม่ ต้องถนอมน้ำใจท่าน รักษาใจท่าน ถามท่านต้องการอะไร?  ท่านอยากไปไหน?  ท่านอยากทานอะไร?  ท่านเจ็บตรงไหนปวดที่ใด?  ตอนที่แม่มีชีวิตอยู่ไม่เคยสนใจท่านเลย  แต่พอคุณแม่ตายลงนำร่างที่ไร้วิญญาณของแม่ไปใส่โลงทองอย่างดี  เอาไปไว้วัดแล้วนิมนต์พระมาสวด 7 วัน 7 คืน หวังว่าดวงวิญญาณของแม่จะไปสู่สุขคติโลกสวรรค์ นี่หรือคือสิ่งที่เรามอบให้แม่    จัดห้องนอนให้แม่   ตอนที่แม่มีชีวิตอยู่แม้ครั้งเดียว    ยังดีกว่าจัดงานศพใหญ่โตเมื่อแม่สิ้นชีวิต     มอบดอกไม้สักดอกให้แม่ ตอนมีชีวิตอยู่ มีค่ากว่าพวงหรีดหลายร้อยพวงที่ประดับข้างโลงศพแม่   หาน้ำเย็นๆให้แม่ดื่ม   ทำอาหารดีๆให้แม่กิน   มีค่ากว่าจัดอาหารอันประณีตไปวางข้างโลงศพท่าน    โทรศัพท์หรือจดหมาย ไปถามไถ่ท่านบ้าง  ดีกว่าจัดงานบุญใหญ่โตอุทิศให้ท่าน   

 

ทำความดีมีความกตัญญูต่อแม่ ขณะมีชีวิตอยู่  ประเสริฐกว่าการสำนึกบุญคุณได้เมื่อท่านตายจากแล้ว    ดังเรื่องเนี้อนันทิยะ  ที่มาในมังคลทีปนี เล่ม ๑ ข้อที่ ๓๑๗  หน้า ๒๙๒ ว่า  ในอดีตกาล  พระเจ้าโกศลในกรุงสาเกตุ  แคว้นโกศล ได้ทรงพอพระทัยในการล่าเนื้อมาก  ท้าวเธอไม่ให้พวกมนุษย์ทำกิจทั้งหลายมีกสิกรรมเป็นต้น  ทรงมีมนุษย์เป็นบริวาร  เสด็จไปล่าเนื้อทุกวัน  ภายหลังวันหนึ่ง  มนุษย์ ทั้งหลายประชุมปรึกษากันว่า  ทำไฉนหนอ    พวกเราพึงล้อมอุทยานอัญชนวัน  ปิดประตูไว้  ต้อนเนื้อทั้งหลายออกมาจากป่า  ให้เข้าไปในอุทยานนั้นแล้วปิดประตูเสีย  กราบทูลแด่พระราชา แล้วพึงทำงานของตน 

 

ดั้งนี้แล้วจัดแจงอุทยานเสร็จแล้ว  เข้าป่า  ล้อมที่มีประมาณโยชน์หนึ่งไว้   ในกาลนั้น พระโพธสัตว์เป็นเนื้อชื่อว่า นันทิยะ  พามารดาบิดาไปอยู่พุ่มไม้เล็ก ๆ พุ่มหนึ่ง  เห็นพวกมนุษย์เหล่านั้นแล้วคิดว่า  ในกาลนี้เราควรสละชีวิตให้แก่มารดาบิดา  แล้วกล่าวว่า ท่านทั้งหลายพึงเป็นอยู่ด้วยอุบายอย่างหนึ่ง ฉันจักให้ชีวิตแก่ท่านทั้งหลาย  เมื่อพุ่มไม้พอถูกพวกมนุษย์ฟาดแล้วเท่านั้น  ฉันจักวิ่งออกไป  เมื่อเป็นเช่นนั้น  พวกมนุษย์เหล่านั้นสำคัญว่า  ในพุ่มไม้เล็กนี้จักมีเนื้อตัวเดียวเท่านั้น  จักไม่เข้ามายังพุ่มไม้ ไม่เห็นท่านทั้งสอง  ขอท่านทั้ง สอง จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด  ให้มารดาบิดาอดโทษแล้ว เตรียมจะวิ่งไป เมื่อมนุษย์ฟาดพุ่มไม้เท่านั้นก็วิ่งออกไประหว่างเนื้อทั้งหลาย พวกมนุษย์ก็สำคัญอย่างนั้น จึงไม่เข้าไปยังพุ่มไม้นั้น ต้อนเนื้อเข้าไปยังอุทยานแล้ว กราบทูลแด่พระราชา 

 

ตั้งแต่วันนั้น พระราชาไปยิงเนื้อเองทีเดียว แล้วทรงถือมา  ในวันหนึ่ง พระราชาเริ่มจะยิงเนื้อนันทิยะ  เนื้อนันทิยะทำเมตตาให้เป็นไปเบื้องหน้า ได้ยืนอยู่นิ่งแล้ว ด้วยอานุภาพแห่งเมตตานั้น พระราชาไม่อาจปล่อยลูกศรไปได้  ทิ้งธนูแล้วตรัสว่า  ธนูนี้ไม่มีชีวิต  ยังรู้จักคุณของเจ้าก่อน  เราแม้เป็นมนุษย์มีจิต  ยังไม่รู้จักคุณของเจ้า  เจ้าจงอดโทษแก่เราเถิด   พระโพธิสัตว์ให้อภัยแล้ว ทูลถามว่า พระองค์ พระราชทานอภัยแก่ข้าพระองค์ก่อน   ส่วนหมู่เนื้อในพระอุทยานนี้   จักทำอย่างไร  พระราชาตรัสว่า เราจะให้อภัยแม้แก่หมู่เนื้อนั่น 

 

ดังนี้แล้ว  พระโพธิสัตว์ ให้พระราชาพระราชทานอภัยแก่สัตว์ทุกจำพวก คือ เนื้อในป่า   นกที่บินในอากาศ  ปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ   ให้พระราชาดำรงอยู่ในศีล ๕  แล้วกราบทูลว่า  มหาราช  ขอพระองค์จงทรงไม่ประมาทเถิด ดังนี้แล้วไปเพื่อต้องการเห็นบิดามารดาแล   ญาติโยมทั้งหลาย ความกตัญญูนั้น ไม่ว่าคนหรือสัตว์ หากปฏิบัติได้ก็มีผลอันยิ่งใหญ่ได้   ดังนั้น  ญาติโยมทั้งหลายขอท่านทั้งหลาย อย่าให้ความสำคัญกับแม่ผู้มีพระคุณเฉพาะในวันแม่ 12 สิงหาคม เท่านั้น แต่จงทำทุกวันให้เป็นวันแม่ เหมือนกับความรักที่แม่มีให้ลูกทุกๆวันตั้งเกิดจนตาย หมั่นดูแลรักษาจิตใจของท่านให้ดี  เพราะเราสามารถมีแม่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้  อย่าปล่อยให้หญิงแก่ๆคนหนึ่งที่รักเรามากที่สุดในโลก ต้องอยู่ในความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาที่โหดร้าย ต้องตรมใจตายเพราะลูกๆที่เธอรักแต่ไม่รักเธอ            อันรักใดไหนเล่าเท่ารักลูก         จิตพันผูกสายเลือดสืบเชื้อสาย    เป็นความรักบริสุทธิ์ดุจใจกาย       เป็นเครื่องหมายประจักษ์รักซื่อตรง    ให้ของขวัญแก่แม่นับแต่นี้   ด้วยทำดีต่อพ่อแม่ตอนแก่เฒ่า    ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา             ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์ 

 

                                                       ป.ปภสฺสโร


 

พุทธศาสดา

  ธรรมศึกษาวัดสะพานสูง   

เพื่อนบ้าน

ธรรมะเดลิเวอรี่

ฟังธรรมดอทคอม

พระสมรักษ์  ญาณธีโร

พระปิยะโรจน์

jozho.net

 

กระดานข่าว 

    Copyright (c) 2009 by Namokhlang.com

 

Powered by AIWEB